ครม. ไฟเขียว MOU ไทย–ศรีลังกา นำเข้าแรงงาน 10,000 คน สิ่งที่นายจ้างควรรู้

มติคณะรัฐมนตรี 8 กันยายน 2569 อนุมัติ MOU นำเข้าแรงงานศรีลังกา 10,000 คน

ครม. ไฟเขียว MOU ไทย–ศรีลังกา นำเข้าแรงงาน 10,000 คน สิ่งที่นายจ้างควรรู้

ครม. อนุมัติ MOU ไทย–ศรีลังกา นำเข้าแรงงาน 10,000 คน

วันที่ 8 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เปิดทางให้นำเข้าแรงงานศรีลังกาเข้ามาทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย โดยตั้งเป้าเบื้องต้นที่ 10,000 คน

สาระสำคัญของข้อตกลง

  • สัญญาจ้างมีอายุ 2 ปี ต่อได้อีก 2 ปี
  • เมื่อทำงานครบตามสัญญา นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งแรงงานกลับประเทศต้นทางทั้งหมด
  • แรงงานต้องลงนามในสัญญาจ้างกับนายจ้างก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย
  • ต้องผ่านการตรวจสุขภาพ ตรวจประวัติอาชญากรรม มีประกันสุขภาพ ได้รับใบอนุญาตทำงาน และผ่านการอบรมก่อนเข้าทำงาน
  • ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานไทยอย่างเท่าเทียมกับแรงงานในประเทศ ตามหลักการไม่เลือกปฏิบัติ

เหตุผลที่รัฐบาลระบุ

ทำเนียบรัฐบาลระบุว่าประเทศไทยยังมีความต้องการแรงงานในบางภาคส่วน และได้รับข้อเรียกร้องจากภาคอุตสาหกรรมและนายจ้างที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยศรีลังกาเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายแรก ๆ ระบบนี้ออกแบบให้รัฐกำกับดูแลได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อลดการจ้างงานผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกินจริง

สิ่งที่ยังไม่ประกาศ

ณ วันที่เผยแพร่บทความนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดสำคัญอีกหลายเรื่อง ได้แก่

  • ประเภทงานและกลุ่มกิจการที่จะให้แรงงานศรีลังกาทำได้
  • วันเริ่มดำเนินการนำเข้าจริง
  • ขั้นตอนการยื่นความต้องการจ้างของนายจ้าง และแบบฟอร์มที่ต้องใช้
  • อัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

นายจ้างที่สนใจจึงยังยื่นความต้องการไม่ได้ในขณะนี้ ต้องรอประกาศของกรมการจัดหางานและกฎหมายลำดับรองที่จะออกตามมา

นายจ้างควรทำอะไรตอนนี้

เรื่องนี้ยังเป็นข่าวระดับนโยบาย ยังไม่ใช่ขั้นตอนที่ทำได้จริง สิ่งที่ควรทำในระยะสั้นคือดูแลแรงงานที่มีอยู่ให้เอกสารครบก่อน โดยเฉพาะกลุ่มที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุ 11 ธันวาคม 2569 ซึ่งระบบเปิดให้ยื่นต่ออายุแล้ว การปล่อยให้กลุ่มเดิมขาดเอกสารระหว่างรอช่องทางใหม่ เป็นความเสี่ยงที่ควบคุมได้แต่มักถูกมองข้าม

ทำไมรัฐบาลเลือกศรีลังกา

เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ให้ความเห็นผ่านสื่อว่า การเปิดทางให้นำเข้าแรงงานจากศรีลังกาเป็นแนวทางที่เลี่ยงผลกระทบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อเทียบกับการเปิดจดทะเบียนแรงงานจากกลุ่มสัญชาติเดิมซึ่งผูกกับสถานการณ์ชายแดนและความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยตรง

หกเรื่องที่ยังไม่พร้อม และนายจ้างควรถามก่อนตัดสินใจ

อดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ระบุข้อจำกัดในทางปฏิบัติของการนำเข้าแรงงานศรีลังกาไว้หกข้อ ซึ่งตรงกับคำถามที่นายจ้างควรถามผู้ให้บริการก่อนเซ็นสัญญา

  1. ต้นทุนนำเข้าสูงกว่าเดิม เพราะระยะทางและค่าเดินทางไกลกว่าประเทศเพื่อนบ้าน — ถามให้ชัดว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน และรวมค่าส่งแรงงานกลับเมื่อครบสัญญาแล้วหรือยัง
  2. การปรับตัวทางวัฒนธรรม ทั้งเรื่องอาหาร ศาสนา และวิธีทำงาน — ถามว่ามีการเตรียมฝั่งหัวหน้างานและที่พักรองรับหรือไม่
  3. ขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางยังไม่ชัดเจน — ถามว่าอบรมเรื่องอะไร กี่วัน ที่ไหน และใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
  4. ความรู้กฎหมายแรงงานไทยและล่ามภาษาของแรงงานยังมีจำกัด — ถามว่าเวลามีปัญหาหน้างาน ใครเป็นผู้สื่อสารกับแรงงาน และติดต่อได้ในเวลาใด
  5. ยังไม่ชัดว่าจะอนุญาตให้ทำงานในกิจการประเภทใด — ถามว่ากิจการของเราอยู่ในข่ายหรือไม่ และดูได้จากประกาศฉบับใด
  6. ขั้นตอนส่งตัวกลับประเทศและสิทธิประกันสังคม — ถามว่าเมื่อครบสัญญาหรือเลิกจ้างก่อนกำหนด ใครเป็นผู้ดำเนินการ และสิทธิที่แรงงานสะสมไว้จะจัดการอย่างไร

ทั้งหกข้อนี้เป็นความเห็นของเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ไม่ใช่ความเห็นของบริษัท และไม่ใช่ประกาศของหน่วยงานราชการ นำมาเผยแพร่เพื่อให้นายจ้างเห็นประเด็นที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจ ส่วนรายละเอียดที่เป็นทางการต้องรอประกาศของกรมการจัดหางาน

บริการของ JOBS

บริษัท นำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ จ๊อบส์ เวิร์คเกอร์ เซอร์วิส จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ นจ.0003/2559 ให้บริการนำเข้าแรงงานระบบ MOU สัญชาติเมียนมาและลาว พร้อมงานเอกสารแรงงานต่างด้าวครบวงจร สอบถามได้ที่ 081-403-4999 หรือไลน์ @jobsworker

ที่มา · ข่าวทำเนียบรัฐบาล 8 กันยายน 2569 · บทสัมภาษณ์ MWG ประชาไท 16 กันยายน 2569

อ่านเพิ่มเติม · เปิดระบบยื่นต่ออายุใบอนุญาตทำงาน 11 ธ.ค. 2569 · ปฏิทินเดดไลน์เอกสารแรงงานต่างด้าว 2569–2570