
10 ก.ย. กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569 เริ่มหัก 1 ตุลาคม นายจ้างและแรงงานต่างด้าวต้องรู้อะไรบ้าง
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อยู่ในความดูแลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หน้าที่ของกองทุนคือจ่ายเงินช่วยเหลือลูกจ้างที่ไม่ได้รับค่าจ้างหรือค่าชดเชยตามกฎหมาย เช่น นายจ้างปิดกิจการหนีหรือไม่มีเงินจ่าย
ที่ผ่านมากองทุนใช้เงินจากงบประมาณและเงินค่าปรับ ส่วนที่กำลังจะเริ่มใหม่คือการ หักเงินจากค่าจ้างลูกจ้างและให้นายจ้างสมทบ เข้ากองทุน ซึ่งเดิมกำหนดไว้วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ต่อมาพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ให้เลื่อนออกไปอีก 1 ปี เป็น 1 ตุลาคม 2569 โดยให้เหตุผลว่าภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อลดภาระของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ
| ช่วงเวลา | ลูกจ้าง (หักจากค่าจ้าง) | นายจ้าง (สมทบ) |
|---|---|---|
| 1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574 | 0.25% ของค่าจ้าง | 0.25% ของค่าจ้าง |
| ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป | 0.50% ของค่าจ้าง | 0.50% ของค่าจ้าง |
ตัวอย่าง เงินเดือนเท่าไหร่ ต้องจ่ายเท่าไหร่
ตารางข้างล่างคิดที่อัตรา 0.25% ซึ่งใช้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 ถึง 30 ก.ย. 2574 คอลัมน์สุดท้ายคือภาระของนายจ้างถ้ามีลูกจ้างในระดับค่าจ้างนั้น 100 คน
← เลื่อนตารางไปทางขวาเพื่อดูคอลัมน์ที่เหลือ
| ค่าจ้างต่อเดือน | ลูกจ้างถูกหัก | นายจ้างสมทบ | รวมส่งเข้ากองทุน | นายจ้างจ่าย ถ้ามี 100 คน |
|---|---|---|---|---|
| 10,400 บาท (ค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท x 26 วัน) | 26 บาท | 26 บาท | 52 บาท | 2,600 บาท |
| 12,000 บาท | 30 บาท | 30 บาท | 60 บาท | 3,000 บาท |
| 15,000 บาท | 37.50 บาท | 37.50 บาท | 75 บาท | 3,750 บาท |
| 18,000 บาท | 45 บาท | 45 บาท | 90 บาท | 4,500 บาท |
| 20,000 บาท | 50 บาท | 50 บาท | 100 บาท | 5,000 บาท |
| 25,000 บาท | 62.50 บาท | 62.50 บาท | 125 บาท | 6,250 บาท |
| 30,000 บาท | 75 บาท | 75 บาท | 150 บาท | 7,500 บาท |
| 50,000 บาท | 125 บาท | 125 บาท | 250 บาท | 12,500 บาท |
ลองคำนวณของคุณเอง
ใส่ค่าจ้างต่อเดือนของลูกจ้าง 1 คน แล้วดูว่าต้องหักและสมทบเท่าไหร่
ใครต้องเข้ากองทุน ใครได้รับยกเว้น
| กรณี | รายละเอียด |
|---|---|
| ต้องเข้า | สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เฉพาะลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างตามฤดูกาล ลูกจ้างตามสัญญาจ้าง และผู้ที่จ้างต่อหลังเกษียณ |
| ได้รับยกเว้น | ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว (ดูเป็นรายคน ไม่ใช่ทั้งบริษัท) · นายจ้างที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 10 คน ซึ่งสมัครใจเข้าได้ · งานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย · มูลนิธิและสมาคม · โรงเรียนเอกชนเฉพาะครูและครูใหญ่ |
ข้อที่นายจ้างมักเข้าใจผิดคือ การมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในบริษัทแล้ว ไม่ได้แปลว่ายกเว้นทั้งบริษัท ต้องดูเป็นรายคนว่าใครเป็นสมาชิกและใครไม่ได้เป็น คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกยังต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอยู่
แรงงานต่างด้าวเข้าข่ายด้วยหรือไม่
เข้าข่าย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับกับลูกจ้างทุกสัญชาติ ลูกจ้างสัญชาติเมียนมาและลาวที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องจึงถูกหัก 0.25% เท่ากับลูกจ้างคนไทย และนายจ้างต้องสมทบอีก 0.25% เท่ากัน
กองทุนนี้ คนละกองทุน กับกองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ที่หักตอนขอใบอนุญาตทำงานอยู่แล้ว อย่าสับสนกัน
สิ่งที่นายจ้างควรเตรียมล่วงหน้าคือคำอธิบายให้คนงานเข้าใจ เพราะเงินที่หายไปจากสลิปโดยไม่มีใครอธิบาย มักกลายเป็นเรื่องร้องเรียนและความไม่ไว้ใจหน้าไซต์ ควรทำป้ายหรือเอกสารภาษาเมียนมาและภาษาลาวติดไว้ที่บอร์ด และแจ้งหัวหน้าคนงานก่อนถึงงวดแรก
หน้าที่ของนายจ้าง
| เรื่อง | ต้องทำอะไร |
|---|---|
| ขึ้นทะเบียนกองทุน | ยื่นรายชื่อลูกจ้างด้วยแบบ สกล.3 กรณีบังคับ หรือ สกล.3/1 กรณีสมัครใจ ผ่านระบบ eservice.labour.go.th หรือที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด |
| นำส่งเงินรายเดือน | ส่งเงินสะสมของลูกจ้างพร้อมเงินสมทบของนายจ้าง ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป งวดแรกคือค่าจ้างเดือนตุลาคม 2569 ส่งภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 |
| แจ้งลูกจ้างเข้าออก | ใช้แบบ สกล.3/2 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง |
| ผู้รับประโยชน์ | ให้ลูกจ้างกรอกแบบ สกล.5 ระบุผู้รับประโยชน์กรณีเสียชีวิต ถ้าไม่ได้ระบุไว้ เงินจะตกแก่บุตร คู่สมรส และบิดามารดา ในส่วนเท่ากัน |
| คืนเงินเมื่อออกจากงาน | ไม่ว่าลาออก ถูกเลิกจ้าง เกษียณ หรือเสียชีวิต ต้องคืนเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ เป็นเงินก้อนเดียวภายใน 30 วัน |
โทษหากไม่ปฏิบัติตาม
| กรณี | โทษ |
|---|---|
| ส่งเงินช้าหรือส่งไม่ครบ | เงินเพิ่มร้อยละ 5 ต่อเดือน ของยอดที่ค้าง จนกว่าจะชำระครบ |
| ไม่ยื่นแบบ หรือให้ข้อมูลเท็จ | จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
สิ่งที่ควรทำก่อน 1 ตุลาคม 2569
- นับจำนวนลูกจ้างจริงว่าถึง 10 คนหรือไม่ และแยกรายชื่อคนที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกมา
- ตั้งค่าโปรแกรมเงินเดือนให้หัก 0.25% แยกบรรทัดออกจากประกันสังคม และตั้งบัญชีเงินสมทบฝั่งนายจ้างไว้ต่างหาก
- เตรียมคำอธิบายภาษาเมียนมาและภาษาลาว ติดบอร์ดและแจ้งหัวหน้าคนงานก่อนถึงงวดแรก
- มอบหมายผู้รับผิดชอบการยื่นทุกวันที่ 15 และเก็บหลักฐานการนำส่งไว้ให้ตรวจสอบ
- เตรียมแบบ สกล.5 ให้ลูกจ้างกรอกผู้รับประโยชน์ตั้งแต่ต้น จะได้ไม่มีปัญหาตอนเกิดเหตุ
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทมีลูกจ้าง 8 คน ต้องเข้ากองทุนไหม
ไม่ต้อง เพราะกฎหมายบังคับเฉพาะที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป แต่สมัครใจเข้าได้ด้วยแบบ สกล.3/1
บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ยังต้องทำอะไรอีกไหม
ต้องดูเป็นรายคน ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับยกเว้น ส่วนลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิก เช่น ลูกจ้างทดลองงานหรือลูกจ้างรายวัน ยังต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
หักจากค่าจ้างอย่างเดียว หรือรวมโอทีด้วย
คิดจากคำว่าค่าจ้างตามนิยามในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดที่ถือเป็นค่าจ้างจึงนับรวม ส่วนโบนัสตามดุลพินิจ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และเบี้ยขยันเชิงจูงใจ โดยทั่วไปไม่นับ กรณีที่ไม่แน่ใจควรขอแนวปฏิบัติจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นลายลักษณ์อักษร
ลูกจ้างลาออกเอง ได้เงินคืนไหม
ได้ กฎหมายกำหนดให้คืนเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ทุกกรณีที่สิ้นสภาพการจ้าง ไม่ว่าจะลาออกเอง ถูกเลิกจ้าง เกษียณ หรือเสียชีวิต โดยจ่ายเป็นเงินก้อนเดียวภายใน 30 วัน
แรงงานต่างด้าวถูกหักด้วยหรือไม่
ถูกหักด้วย เพราะพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานใช้กับลูกจ้างทุกสัญชาติ ลูกจ้างเมียนมาและลาวที่มีใบอนุญาตทำงานจึงถูกหัก 0.25% และนายจ้างสมทบอีก 0.25% เช่นเดียวกับลูกจ้างคนไทย
ให้ JOBS ดูแลเรื่องเอกสารและเงินนำส่งให้
JOBS ดูแลงานเอกสารแรงงานต่างด้าว ประกันสังคม และการจัดทำเงินเดือนให้นายจ้างแบบรายเดือน รับตั้งแต่แรงงานคนเดียวจนถึงมากกว่า 1,000 คน ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มจากตรงไหน โทรมาถามได้
ข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป กรณีเฉพาะรายควรตรวจสอบกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
