Author: webmaster

วันที่ 25 ม.ค.2562 ตำรวจรวบแก๊งชาวเมียนมา หลอกทำบัตรประจำตัวชาวกะเหรี่ยงปลอม อ้างใช้แทนพาสปอร์ต และใบอนุญาตทำงาน เพื่อตบตาตำรวจให้รอดพ้นจากการถูกจับได้ ชาวเมียนมา 4 คน คือ นายโม ซอ อายุ 38 ปี, นางสาวอเย เง อายุ 24 ปี, นายซอ ฮ่อง เนียง อายุ 39 ปี และนายซอ ทาน อายุ 30 ปี ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรวบตัวไว้ได้ หลังได้รับการร้องเรียนว่า พวกเขาลักลอบทำบัตรประจำตัวปลอมให้กับชาวกะเหรี่ยง ทำให้มีผู้เสียหายที่เป็นชาวกะเหรี่ยงหลงเชื่อจำนวนมาก กระทั่งเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักย่านบางขุนเทียน จับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน และยึดของกลาง ได้แก่ คอมพิวเตอร์, บัตรประจำตัวบุคคลปลอม,...

พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงผลการประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (อกนร.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบในแนวทางการดำเนินการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวในระยะต่อไป 4 ประเด็นคือ 1) เห็นควรขยายระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมากลุ่มที่ผ่านการคัดกรองความสัมพันธ์การเป็นนายจ้าง-ลูกจ้างที่ได้รับการตรวจสัญชาติแล้ว และได้รับอนุญาตทำงานถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 ออกไปอีก 2 ปี เป็น 31 มีนาคม 2563 เนื่องจากเป็นแรงงานที่ได้รับเอกสารที่ประเทศต้นทางออกให้ (CI และ TD) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีสถานะเป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับการคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ อันเป็นเป้าหมายสำคัญในการลดคนผิด เพิ่มคนถูก โดยแรงงานฯที่ได้รับการขยายเวลาจะต้องไปตรวจลงตรา (VISA) ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant L-A) ตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพ และขอรับอนุญาตทำงานก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2561 2) เห็นควรไม่ขยายระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว...

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน นำคณะผู้แทนไทยประชุมระดับวิชาการเมียนมา-ไทย ร่วมกับ นายอู วิน เชน (U Win Shein) อธิบดีกรมแรงงาน กระทรวงแรงงาน ตรวจคนเข้าเมืองและประชากรสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยภายหลังการประชุมระดับวิชาการเมียนมา-ไทย ร่วมกับ นายอู วิน เชน อธิบดีกรมแรงงาน กระทรวงแรงงานตรวจคนเข้าเมืองและประชากรสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ว่าที่ประชุมได้มีการหารือในประเด็นที่สำคัญของฝ่ายไทย เช่น 1.การจัดส่งแรงงานประมงเข้ามาทำงานตาม MOU 2. การจ้างงานระยะสั้น 3. การตรวจสุขภาพจากประเทศต้นทาง 4. การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของแรงงาน 5. การจัดเตรียมแรงงานเมียนมาเพื่อให้นายจ้างไทยได้คัดเลือก ขณะที่ฝ่ายเมียนมา มีประเด็นการหารือที่สำคัญ เช่น 1.จัดตั้งศูนย์จัดเก็บข้อมูลแรงงานเมียนมาชั่วคราว (The Temporary Data Collection Center) 2. การจัดส่งแรงงานเมียนมาเข้ามาในประเทศไทยตาม MOU โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้ามาทำงานในกิจการประมง 3. มาตรการคุ้มครองสิทธิให้กับแรงงานเมียนมาที่ทำงานประเทศไทย...

เป็น บริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ จ๊อบส์ เวิร์คเกอร์ เซอร์วิส จำกัด จึงเรียนแจ้งเพื่อทราบค่ะ Tel.02-018-8688 ID Line : @jobsworker Facebook : www.facebook.com/JWSThailand Website : www.jws.in.th...

นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมาที่ยังไม่สิ้นสุดสัญญาจ้างหากประสงค์จะทำงานกับนายจ้างรายใหม่สามารถเปลี่ยนนายจ้าง เปลี่ยนประเภทงานหรือลักษณะงาน ท้องที่หรือสถานที่ทำงานได้ โดยมีเงื่อนไขใน 5 กรณีคือ 1) นายจ้างเลิกจ้าง/นายจ้างเสียชีวิต 2) นายจ้างล้มละลาย 3) นายจ้างกระทำทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกายลูกจ้าง 4) นายจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างหรือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 5) ลูกจ้างทำงานในสภาพการทำงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงานที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย ทั้งนี้ ยกเว้นแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำที่อยู่ในช่วงเวลาของการจดทะเบียนต่ออายุใบอนุญาตทำงานตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 30 ธันวาคม 2559 ยังไม่อนุญาตให้เปลี่ยนนายจ้างได้ หากพ้นกำหนดสามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกับแรงงานกลุ่มอื่นๆ กรณีนายจ้างเลิกจ้างคือนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้ อันมิใช่เพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้าง รวมถึงเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป สำหรับการเลิกจ้างเพราะลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญา จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับในการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม กรณีดังกล่าวนี้ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ได้ โดยจะต้องถูกยกเลิกใบอนุญาตทำงาน และถูกส่งกลับต่อไป ส่วนกรณีนายจ้างกระทำทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกายลูกจ้างนั้นต้องมีการแสดงหลักฐานการแจ้งความ ขณะที่กรณีลูกจ้างทำงานในสภาพการทำงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงานที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัยนั้น ลูกจ้างจะเปลี่ยนนายจ้าง...