
16 ส.ค. เตือนกำหนดเวลาจัดการเอกสารผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว
แรงงานพาครอบครัวมาอยู่ด้วย? รีบเช็กเอกสารผู้ติดตามก่อนโดนปรับย้อนหลัง!
การจ้างแรงงานต่างด้าวในไทย นายจ้างหลายท่านอาจเคยเจอกรณีที่แรงงานขอนำครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรสหรือบุตร เข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วยในสถานประกอบการหรือที่พักที่จัดหาให้ ซึ่งคำถามสำคัญคือ “นายจ้างต้องดูแลเรื่องนี้อย่างไรให้ถูกกฎหมาย?” คีย์เวิร์ดสำคัญที่นายจ้างต้องรู้คือคำว่า ‘ผู้ติดตาม’ ซึ่งมีข้อกำหนดเฉพาะตัวที่ต้องระวังเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งต่อนายจ้างและตัวแรงงานเอง
สิทธิของผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว
ตามกฎหมายปัจจุบัน แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในระบบ MOU หรือกลุ่มที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง อาจมีสิทธิพาครอบครัว (เฉพาะคู่สมรสและบุตรที่อายุไม่เกิน 18 ปี) มาอยู่ด้วยได้ในฐานะผู้ติดตาม แต่ต้องมีการขอวีซ่าและทำเอกสารให้ตรงประเภท โดยผู้ติดตามเหล่านี้ “ห้ามทำงาน” โดยเด็ดขาด หากแอบทำงานจะถือว่ามีความผิดร้ายแรงทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
หน้าที่ของนายจ้างเมื่อมีผู้ติดตามมาพักอาศัย
สิ่งที่นายจ้างต้องให้ความสำคัญที่สุดคือ ‘กำหนดเวลา’ ในการแจ้งที่พักอาศัย นายจ้างหรือเจ้าของบ้านมีหน้าที่ต้องแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว (ตม.30) ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหลังจากที่ผู้ติดตามย้ายเข้าพัก หากละเลยอาจมีโทษปรับตามรายบุคคล ซึ่งเป็นความรับผิดชอบโดยตรงที่ห้ามมองข้าม
- ตรวจสอบประเภทวีซ่าของผู้ติดตามให้ถูกต้อง
- แจ้งที่พักอาศัย (ตม.30) ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายหรือเข้าพักใหม่
- กำชับแรงงานเรื่องการรายงานตัวตามกำหนด (เช่น รายงานตัว 90 วัน)
ทำไมต้องทำให้ถูกต้อง?
การปล่อยให้มีบุคคลภายนอกที่ไม่มีเอกสาร หรือมีเอกสารแต่ไม่แจ้งที่พักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ดูแลของนายจ้าง เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบและสั่งปรับย้อนหลังได้ การจัดการเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่วันแรกจะช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องกังวลเมื่อมีการตรวจเยี่ยมจากเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
หากนายจ้างท่านใดไม่แน่ใจเรื่องขั้นตอนการจัดการเอกสารผู้ติดตาม หรือต้องการเตรียมความพร้อมเพื่อให้นำเข้าแรงงานแบบ MOU อย่างสบายใจ สามารถเลือกใช้บริการ บริการนำเข้าแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย MOU จากทีมงานมืออาชีพได้เสมอ
ปรึกษาเรื่องเอกสารแรงงานและผู้ติดตามได้ที่ Jobs Worker Service ติดต่อ Line @jobsworker
