ขั้นตอนดำเนินการที่ควรรู้ตามมติ ครม. 5 ก.ค. 65 และ 5 ก.ค. 66

ขั้นตอนดำเนินการที่ควรรู้ตามมติ ครม. 5 ก.ค. 65 และ 5 ก.ค. 66

ด้วยแรงงานต่างด้าวถือเป็นบุคคลกลุ่มสำคัญ ฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เดินหน้าแบบก้าวกระโดด นายจ้างจำนวนมากจึงนิยมติดต่อเพื่อให้แรงงานเหล่านี้เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ล่าสุดเองก็ได้มีการประกาศรายละเอียดที่น่าสนใจจาก ครม. แบ่งออกเป็น มติ 5 กรกฎาคม 2565 และ 5 กรกฎาคม 2566 ซึ่งขั้นตอนทุกอย่างจะมีส่วนสำคัญต่อทั้งตัวแรงงานและนายจ้างอย่างยิ่งเพื่อให้ถูกใจกับทั้ง 2 ฝ่าย ผลลัพธ์ของงานที่ออกมามีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเคย

การต่อใบอนุญาตทำงานต่างด้าวตามมติ ครม. 5 ก.ค. 65

ขั้นตอนดำเนินการแรกที่ขอนำเสนอเป็นเรื่องเกี่ยวกับการต่อใบอนุญาตทำงานของกลุ่มแรงงานต่างด้าวอันเป็นไปตามมติ ครม. 5 กรกฎาคม 2565 โดยได้รับอนุญาตให้สามารถทำงานได้จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ต้องทำตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงาน หรือ บต. 50 อ. 5 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ระบุเอาไว้ตามแบบคำขออนุญาต เช่น 

ส่วนของแรงงานต่างด้าว – สำเนาพาสปอร์ต สำเนาใบอนุญาตการทำงาน รูปถ่าย สำเนาสัญญาจ้าง เอกสารแสดงตัวการเป็นผู้ประกันตนของแรงงาน / เอกสารประกันสุขภาพ เป็นต้น

ส่วนของนายจ้าง – สำเนาทะเบียนพาณิชย์ สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล หนังสือรับรองการจ้างงานคนไทย สำเนาบัตรประชาชนนายจ้าง เป็นต้น

เมื่อมีหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุเอาไว้หมดแล้วก็จะต้องชำระค่าธรรมเนียมโดยดำเนินการได้ไม่เกินวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งแบ่งออกเป็น

  • ค่ายื่นคำขอจำนวน 100 บาท
  • ค่าต่ออายุใบอนุญาตการทำงาน 900 บาท

2. การตรวจอนุญาตเพื่อให้แรงงานต่างด้าวสามารถอยู่อาศัยเป็นการชั่วคราวภายในราชอาณาจักรได้ต่อไป มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 500 บาท (จากเดิมอัตราปกติอยู่ 1,900 บาท) ทั้งนี้อัตราค่าธรรมเนียมใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 

รวมถึงยังต้องมีการตรวจอนุญาตเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องประกันสังคม หรือ ประกันสุขภาพ ของแรงงานต่างด้าวด้วย ในกรณีแรงงานที่มีประกันสังคมก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันสุขภาพเพิ่มเติม แต่สำหรับนายที่ไม่ได้เข้าระบบการประกันตนดังกล่าวจะต้องทำประกันสุขภาพเผื่อไว้ในกรณีเกิดการเจ็บป่วยใด ๆ จะสามารถเข้ารับการรักษาตามเงื่อนไขโดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด

3. หลังดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบุเอาไว้ทั้งหมดได้ครบถ้วนแล้ว แรงงานต่างด้าวคนนั้น ๆ ก็เท่ากับได้รับอนุญาตให้สามารถทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรไทยจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 โดยไม่ถือเป็นการลักลอบอยู่อาศัย หรืออยู่อาศัยแบบผิดกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการต่อใบอนุญาตทำงานต่างด้าวตามมติ ครม. 5 กรกฎาคม 2565 ทั้งนายจ้าง / ผู้ว่าจ้าง และแรงงานต่างด้าว สามารถพิมพ์ทะเบียนใบอนุญาตการทำงานของแรงงานตามมติ ครม. 5 กรกฎาคม 2565 สำหรับใช้เป็นหลักฐานทดแทนใบอนุญาตทำงานจนกระทั่งได้รับใบอนุญาตทำงานได้โดยไม่ถือเป็นการกระทำผิดขั้นตอน

แนวทางบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวซึ่งนายจ้างได้ยื่นบัญชีรายชื่อตามมติ ครม. 5 ก.ค. 66

ขณะที่แนวทางการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวซึ่งนายจ้างได้ยื่นบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 จุดประสงค์สำคัญของมตินี้เพื่อต้องการให้แรงงานต่างด้าวซึ่งนายจ้างได้ทำการยื่นบัญชีรายชื่อเอาไว้เรียบร้อยสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและพำนักอาศัยชั่วคราวเพื่อประกอบอาชีพในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีขั้นตอนน่าสนใจ ดังนี้

1. การเตรียมเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง

ลำดับแรกต้องมีการเตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ครบถ้วน โดยแบ่งออกเป็นทั้งฝั่งของผู้ว้าจ้างและแรงงานต่างด้าว ดังนี้

  • ผู้ว่าจ้างต้องมี สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีเป็นบริษัท) 
  • เตรียมหนังสือรับรองการจ้างงาน
  • แรงงานต่างด้าวต้องมี เอกสารการตรวจสุขภาพ โดยแรงงานต้องทำการตรวจโรคต้องห้ามให้เรียบร้อย ได้แก่ วัณโรคระยะติดต่อ โรคเรื้อนระยะปรากฏอาการจนเป็นที่น่ารังเกียจต่อสังคม โรคเท้าช้างระยะปรากฏอาการจนเป็นที่น่ารังเกียจต่อสังคม โรคซิฟิลิส ระยะ 3 การติดสารเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคจิต สติฟันเฟื่อน สติไม่สมประกอบ 
  • เอกสารการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน หรือเอกสารการทำประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าว

2. ยื่นคำขออนุญาตทำงาน บต. 50 พร้อมชำระค่าธรรมเนียม

นายจ้างทำการยื่นขออนุญาตทำงานแทนแรงงานต่างด้าว (บต. 50) ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดที่แรงงานทำอยู่ ชำระค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขที่กำหนด จากนั้นนายจทะเบียนจะทำการตรวจสอบเอกสารว่าผ่านหรือไม่ 

3. จัดเก็บอัตลักษณ์ ทำเอกสาร และตรวจลงตรา

ขั้นตอนสุดท้ายให้แรงงานต่างด้าวดำเนินการจัดเก็บข้อมูลอัตลักษญ์บุคคล และตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว ณ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด รวมถึงการทำพาสปอร์ต CI หรือ TD 

ขั้นตอนทั้งหมดนี้ต้องดำเนินการก่อนวันที่ 31 ตุลาคม 2567 และจะได้รับอนุญาตให้พำนักอาศัยเป็นการชั่วคราวในราชอาณาจักรไทยไม่เกินวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 หากแรงงานต่างด้าวหรือนายจ้างไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบุภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้การอนุญาตให้อยู่อาศัยและอนุญาตทำงานก็ถือเป็นอันสิ้นสุดตามไปด้วย

นี่คือขั้นตอนดำเนินการของทั้งนายจ้างและแรงงานต่างด้าวไม่ว่าจะเป็นการต่อใบอนุญาตทำงานต่างด้าวตามมติ ครม. 5 กรกฎาคม 2565 และ แนวทางการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวซึ่งนายจ้างได้ยื่นบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 ย้ำอีกครั้งว่าต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและวัน-เวลาที่กำหนดเท่านั้นเพื่อให้แรงงานยังคงทำงานและพำนักอาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายสามารถติดต่อได้ที่บริการจัดหาแรงงานต่างด้าวแบบครบวงจร